ดังแต่ท่อ ไฟฟ้า 1/2
เครื่องบินรบ
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553
ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 10
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในปีนี้เว็บไซต์ Youtube จะเริ่มมีกำไรจากการดำเนินการอย่างจริงจัง โดยมีการคาดกันว่ารายได้รวมในปีนี้จะอยู่ที่ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปัจจัยที่ทำให้ Youtube เริ่มมีแนวโน้มจะสร้างผลกำไรชัดเจน มีส่วนเสริมมาจากการเปิดตัว Google TV ที่กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มให้กับ YouTube และหาก Google TV ประสบความสำเร็จ ก็มีข่าวเป็นไปได้ว่าจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาขาขึ้นของ Youtube อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีให้กับ Google ที่ซื้อ YouTube ด้วยมูลค่าถึง 1.65 พันล้านดอลลาร์ เมื่อ 4 ปีก่อน
อ้างอิงจาก http://www.ryt9.com/s/tpd/978021
อ้างอิงจาก http://www.ryt9.com/s/tpd/978021
ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 9
นายสุพจน์ วิรัตน์โยสินทร์ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซันโย (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอที เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2553 นี้ บริษัทมุ่งทำกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อดิจิตอลหรือเว็บไซต์ให้มากขึ้น เนื่องจากเห็นว่ากระแสของสื่อประเภทนี้กำลังมาแรงและมีศักยภาพสูงในขณะนี้ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วและทั่วถึง หรือที่เรียกว่าสังคมออนไลน์ ทั้งเฟสบุ๊ก, ทวิสเตอร์ ,มายสเปซ และ ไฮ-ไฟว์ เป็นต้น กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของกล้องวิดีโอตระกูล Xacti ของบริษัทเช่นกัน ทั้งนี้บริษัทได้นำระบบ QR Code (Quick Response Code) มาใช้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าของบริษัทได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน ที่ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์ไว้รองรับ โดยอาศัยกล้องถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือในการสแกนรหัสเพื่อเชื่อมต่อกับหน้าเว็บไซต์บริษัทโดยตรง
โฆษณาโดย Google
อ้างอิงจาก http://www.ryt9.com/s/nnd/979466
โฆษณาโดย Google
อ้างอิงจาก http://www.ryt9.com/s/nnd/979466
ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 8
ผลวิจัยพบว่า วัยรุ่นที่ชอบเล่นอินเทอร์ เน็ตจนดึกดื่นค่อนคืน มีโอกาสจะเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ นักวิจัยบอกว่า วัยรุ่นจำนวนมากได้ท่องเน็ตและแช้ตตามเว็บไซต์จำพวกโซเชียลเน็ตเวิร์ก จนเป็นผลให้ได้นอนน้อยชั่วโมง ซึ่งทำให้คนเหล่านี้มีปัญหาทางจิตใจกันมากขึ้นในช่วงทศวรรษนี้
ผลการศึกษาวัยรุ่น 20,000 คน อายุ 17-24 ปี พบว่า คนที่นอนคืนละไม่ถึง 5 ชั่วโมง มีโอกาสเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่นอนตามปกติ ที่จะมีจิตใจซึมเศร้าในปีต่อๆ มา งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sleep บอกว่า การได้นอนน้อยลงทุกๆ 1 ชั่วโมง จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงขึ้น 14% ที่จะมีอาการระทมทุกข์
ที่มา http://www.ryt9.com/s/tpd/980015
ผลการศึกษาวัยรุ่น 20,000 คน อายุ 17-24 ปี พบว่า คนที่นอนคืนละไม่ถึง 5 ชั่วโมง มีโอกาสเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่นอนตามปกติ ที่จะมีจิตใจซึมเศร้าในปีต่อๆ มา งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Sleep บอกว่า การได้นอนน้อยลงทุกๆ 1 ชั่วโมง จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงขึ้น 14% ที่จะมีอาการระทมทุกข์
ที่มา http://www.ryt9.com/s/tpd/980015
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 7
เมื่อข่าวสารข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีมากมาย ทำให้ระบบการค้นหาเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องการเครื่องมือในการค้นหา จึงมีผู้พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Search Engine และสร้างสถานีบริการไว้บนอินเทอร์เน็ต
การพิมพ์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อกันว่าข้อมูลข่าวสารที่จัดพิมพ์ในรูป Web หรือโฮมเพ็จเพื่อเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต มีมากกว่า 1000 ล้านหน้า (1000 หน้า URL reference)
เมื่อข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตมีมากมายเช่นนี้ ทำให้ระบบการค้นหาเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องการเครื่องมือในการค้นหา จึงมีผู้พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Search Engine และสร้างสถานีบริการไว้บนอินเทอร์เน็ต
สถานีบริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่รู้จักกันดีมีหลายแห่ง เช่น yahoo.com, altavista.com excite.com, webcrawler.com เป็นต้น สถานีบริการเหล่านี้จึงเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนรู้จักกันดี
แต่หากพิจารณาข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตกว่าหนึ่งพันล้านหน้า ระบบการค้นหาที่ให้บริการอยู่นี้ยังไม่สามารถเก็บดัชนีค้นหาและให้การค้นหาได้ครบทุกแห่ง จากการประมาณการของสถานีค้นหาที่ใหญ่ที่สุด เช่น yahoo.com หรือ altavista.com จะค้นหาข้อมูลได้ไม่ถึงครึ่งของเอกสารที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต
หากนำข้อมูลของหนังสือทุกเล่มจากห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันมาเก็บรวมกันในรูปดิจิตอล มีผู้คำนวณดูว่าถ้าจะเก็บในรูป ASCII จะได้ประมาณ 20 เทราไบต์ (โดยมีหนังสือในห้องสมุดประมาณ 20 ล้านเล่ม) และข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่เรียกดูได้ทั้งหมดจะรวมกัน น่าจะอยู่ที่ประมาณ 14 เทราไบต์ อัตราการเพิ่มของข้อมูลที่มีมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ต่อปี ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ข้อมูลที่เก็บในอินเทอร์เน็ตที่เรียกดูได้แบบสาธารณะน่าจะมีมากกว่า 100 เทราไบต์
หลักการของเครื่องค้นหาที่สำคัญคือโปรแกรมหุ่นยนต์ ที่จะทำงานอัตโนมัติ และวิ่งเข้าไปซอกแซกในอินเทอร์เน็ต พร้อมคัดลอกข้อมูลมาจัดทำดัชนี และจัดโครงสร้างไว้ในฐานข้อมูลเพื่อจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้เรียกค้นดูได้ โปรแกรมหุ่นยนต์นี้จะต้องทำงานเป็นระยะและวนกลับมาปรังปรุงข้อมูลใหม่ เพราะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
ที่สำคัญคือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีหลากหลายภาษา จีน ไทย ฝรั่ง พม่า ลาว โปรแกรมค้นหาจะชาญฉลาดจัดทำดัชนีเหล่านี้ได้หมดหรือ? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด
โดยเฉพาะเรื่องภาษาไทย ที่เอกสารเขียนติดกัน คำหลักที่ใช้ค้นหาเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องศึกษาวิจัย เชื่อแน่ว่าโปรแกรมหุ่นยนต์ของฝรั่งที่พัฒนาขึ้นก็ยากที่จะเข้าใจภาษาไทยได้ดี
เมื่อเป็นเช่นนี้ทีมงานภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ดำเนินการทำการวิจัยและพัฒนาสร้าง Nontri Search ซึ่งเป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อคนไทยและจะทำให้รู้ใจคนไทยได้มากยิ่งขึ้น
การทำงานของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยตัวโปรแกรมหุ่นยนต์ ที่จะเสาะแสวงหาที่อยู่ของเว็บเพ็จต่าง ๆ ปัจจุบันเน้นเฉพาะเว็บเพ็จที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก โดยศึกษาวิเคราะห์จากโครงสร้างไอพีแอดเดรสและข้อมูลจากเนมเซิร์ฟเวอร์ ที่มีการจดทะเบียนใช้งานในเมืองไทย หุ่นยนต์จะลองทำการวิ่งเข้าหาเครื่องแต่ละเครื่องเพื่อคัดลอกข้อมูลมา จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำดัชนีค้นหาไว้
สิ่งที่ Nontri Search ทำได้ในขณะนี้คือ จะวิ่งค้นหาเป็นรอบ ๆ เพื่อปรับปรุงข้อมูลและดูว่าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพื่อปรับปรุงดัชนีให้ทันสมัย แทบไม่น่าเชื่อว่า ปัจจุบันภายในประเทศไทย มีข้อมูลเกือบหกแสนหน้า (ยูอาร์แอล) การจัดทำดัชนีจะเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งปัจจุบันในเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่เครื่องหนึ่งรองรับฐานข้อมูลนี้
การจัดทำดัชนีและจุดอ้างอิงยูอาร์แอล เมื่อผู้ใช้เรียกถาม Nontri Search ก็จะเรียกค้นจากฐานข้อมูลแล้วนำมาแสดงให้ การจัดทำดัชนีนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะมีเรื่องราวที่จะต้องปรับแต่งและวิจัยหาความเหมาะสมได้อีกมาก
การพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลจึงเป็นศาสตร์ที่สำคัญยิ่งสำหรับอนาคต เพราะลองนึกดูว่า ถ้าเราต้องการให้ค้นหาข้อมูลทั้งหมดในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกว่าพันล้านยูอาร์แอล มีความจุกว่า 14 เทราไบต์ ระบบการค้นหาและทำดัชนีจะเป็นระบบที่ซับซ้อนพอดู เพราะต้องให้บริการได้เร็ว
งานวิจัย Nontri Search จึงเป็นผลงานที่ชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดทำขึ้นเพื่อประชาคมอินเทอร์เน็ตที่เป็นคนไทย งานพัฒนานี้จะต้องกระทำต่อไป
อ้างอิงจากhttp://www.ku.ac.th/magazine_online/search_engine.html
การพิมพ์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อกันว่าข้อมูลข่าวสารที่จัดพิมพ์ในรูป Web หรือโฮมเพ็จเพื่อเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต มีมากกว่า 1000 ล้านหน้า (1000 หน้า URL reference)
เมื่อข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตมีมากมายเช่นนี้ ทำให้ระบบการค้นหาเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องการเครื่องมือในการค้นหา จึงมีผู้พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Search Engine และสร้างสถานีบริการไว้บนอินเทอร์เน็ต
สถานีบริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่รู้จักกันดีมีหลายแห่ง เช่น yahoo.com, altavista.com excite.com, webcrawler.com เป็นต้น สถานีบริการเหล่านี้จึงเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนรู้จักกันดี
แต่หากพิจารณาข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตกว่าหนึ่งพันล้านหน้า ระบบการค้นหาที่ให้บริการอยู่นี้ยังไม่สามารถเก็บดัชนีค้นหาและให้การค้นหาได้ครบทุกแห่ง จากการประมาณการของสถานีค้นหาที่ใหญ่ที่สุด เช่น yahoo.com หรือ altavista.com จะค้นหาข้อมูลได้ไม่ถึงครึ่งของเอกสารที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต
หากนำข้อมูลของหนังสือทุกเล่มจากห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันมาเก็บรวมกันในรูปดิจิตอล มีผู้คำนวณดูว่าถ้าจะเก็บในรูป ASCII จะได้ประมาณ 20 เทราไบต์ (โดยมีหนังสือในห้องสมุดประมาณ 20 ล้านเล่ม) และข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่เรียกดูได้ทั้งหมดจะรวมกัน น่าจะอยู่ที่ประมาณ 14 เทราไบต์ อัตราการเพิ่มของข้อมูลที่มีมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ต่อปี ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ข้อมูลที่เก็บในอินเทอร์เน็ตที่เรียกดูได้แบบสาธารณะน่าจะมีมากกว่า 100 เทราไบต์
หลักการของเครื่องค้นหาที่สำคัญคือโปรแกรมหุ่นยนต์ ที่จะทำงานอัตโนมัติ และวิ่งเข้าไปซอกแซกในอินเทอร์เน็ต พร้อมคัดลอกข้อมูลมาจัดทำดัชนี และจัดโครงสร้างไว้ในฐานข้อมูลเพื่อจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้เรียกค้นดูได้ โปรแกรมหุ่นยนต์นี้จะต้องทำงานเป็นระยะและวนกลับมาปรังปรุงข้อมูลใหม่ เพราะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
ที่สำคัญคือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีหลากหลายภาษา จีน ไทย ฝรั่ง พม่า ลาว โปรแกรมค้นหาจะชาญฉลาดจัดทำดัชนีเหล่านี้ได้หมดหรือ? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด
โดยเฉพาะเรื่องภาษาไทย ที่เอกสารเขียนติดกัน คำหลักที่ใช้ค้นหาเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องศึกษาวิจัย เชื่อแน่ว่าโปรแกรมหุ่นยนต์ของฝรั่งที่พัฒนาขึ้นก็ยากที่จะเข้าใจภาษาไทยได้ดี
เมื่อเป็นเช่นนี้ทีมงานภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ดำเนินการทำการวิจัยและพัฒนาสร้าง Nontri Search ซึ่งเป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อคนไทยและจะทำให้รู้ใจคนไทยได้มากยิ่งขึ้น
การทำงานของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยตัวโปรแกรมหุ่นยนต์ ที่จะเสาะแสวงหาที่อยู่ของเว็บเพ็จต่าง ๆ ปัจจุบันเน้นเฉพาะเว็บเพ็จที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก โดยศึกษาวิเคราะห์จากโครงสร้างไอพีแอดเดรสและข้อมูลจากเนมเซิร์ฟเวอร์ ที่มีการจดทะเบียนใช้งานในเมืองไทย หุ่นยนต์จะลองทำการวิ่งเข้าหาเครื่องแต่ละเครื่องเพื่อคัดลอกข้อมูลมา จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำดัชนีค้นหาไว้
สิ่งที่ Nontri Search ทำได้ในขณะนี้คือ จะวิ่งค้นหาเป็นรอบ ๆ เพื่อปรับปรุงข้อมูลและดูว่าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพื่อปรับปรุงดัชนีให้ทันสมัย แทบไม่น่าเชื่อว่า ปัจจุบันภายในประเทศไทย มีข้อมูลเกือบหกแสนหน้า (ยูอาร์แอล) การจัดทำดัชนีจะเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งปัจจุบันในเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่เครื่องหนึ่งรองรับฐานข้อมูลนี้
การจัดทำดัชนีและจุดอ้างอิงยูอาร์แอล เมื่อผู้ใช้เรียกถาม Nontri Search ก็จะเรียกค้นจากฐานข้อมูลแล้วนำมาแสดงให้ การจัดทำดัชนีนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะมีเรื่องราวที่จะต้องปรับแต่งและวิจัยหาความเหมาะสมได้อีกมาก
การพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลจึงเป็นศาสตร์ที่สำคัญยิ่งสำหรับอนาคต เพราะลองนึกดูว่า ถ้าเราต้องการให้ค้นหาข้อมูลทั้งหมดในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกว่าพันล้านยูอาร์แอล มีความจุกว่า 14 เทราไบต์ ระบบการค้นหาและทำดัชนีจะเป็นระบบที่ซับซ้อนพอดู เพราะต้องให้บริการได้เร็ว
งานวิจัย Nontri Search จึงเป็นผลงานที่ชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดทำขึ้นเพื่อประชาคมอินเทอร์เน็ตที่เป็นคนไทย งานพัฒนานี้จะต้องกระทำต่อไป
อ้างอิงจากhttp://www.ku.ac.th/magazine_online/search_engine.html
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 6
วิธีการสร้างเว็บไซต์เป็นของท่านเองฟรีๆแบบละเอียด
1. ดาวน์โหลดไฟล์เว็บ ได้ที่นี่ เลยครับเป็นไฟล์ Html ครับหลังจากนั้นแตกไฟล์ออกมาครับ
2. ท่านสามารถแก้ไขได้โดยโปรแกรมสร้างเว็บต่างๆเช่น notepad หรือ dreamweaver ครับ
3. หลังจากท่านได้แก้ไขแบบเว็บเป็นรายละเอียดสินค้าของท่านแล้วให้สมัคร
โฮสฟรีครับในที่นี้ผมจะแนะนำวิธีการสมัครของ .th.gs นะครับ ให้เข้าที่
free.phitsanulok.com แล้วกรอกรายละเอียดของท่านลง
ไปครับหลังจากนั้นระบบจะแจ้ง username และ password
ที่ท่านได้ทำการสมัครไว้หลังจากที่ท่านได้รับ username และ
password แล้ว ให้เข้าไปทำการอัพโหลดไฟล์เว็บที่ท่านได้สร้างขึ้นมา
เมื่อสักครู่ได้ที่ http://free.phitsanulok.com/filemanager.php ครับ
4. หลังจากล็อกอินเข้าไปแล้วคลิกที่ file maneger
5. เลือกไฟล์ที่ท่านต้องการอัพโหลดโดยคลิกที่ browse
6. เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่มอัพโหลดไฟล์
7. ลองเข้าเว็บไซต์ของท่านดูครับ หากท่านจำชื่อเว็บไม่ได้ให้ดูที่หมวดจัดการข้อมูลในหัวข้อ url ครับ
8. สำหรับท่านใดที่ต้องการโปรโมทเว็บไซต์ศึกษาได้ฟรี คลิกที่นี่ เลยครับ
* บทความนี้เขียนโดยผมเองนะครับ webmaster comnetsite.com หากความรู้และไอเดียของผมไปซ้ำกับของใครก็ขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ด้วยนะครับ แต่ขอยืนยันว่าเขียนจากความรู้และประสบการณ์ของตัวเองจริงๆครับ หากผิดพลาดหรือทำไม่ได้ผลก็ขออภัยไว้ณ.ที่นี้เช่นเดียวกันด้วยนะครับ
อ้างอิงจาก http://www.comnetsite.com/website-tip-5.php
1. ดาวน์โหลดไฟล์เว็บ ได้ที่นี่ เลยครับเป็นไฟล์ Html ครับหลังจากนั้นแตกไฟล์ออกมาครับ
2. ท่านสามารถแก้ไขได้โดยโปรแกรมสร้างเว็บต่างๆเช่น notepad หรือ dreamweaver ครับ
3. หลังจากท่านได้แก้ไขแบบเว็บเป็นรายละเอียดสินค้าของท่านแล้วให้สมัคร
โฮสฟรีครับในที่นี้ผมจะแนะนำวิธีการสมัครของ .th.gs นะครับ ให้เข้าที่
free.phitsanulok.com แล้วกรอกรายละเอียดของท่านลง
ไปครับหลังจากนั้นระบบจะแจ้ง username และ password
ที่ท่านได้ทำการสมัครไว้หลังจากที่ท่านได้รับ username และ
password แล้ว ให้เข้าไปทำการอัพโหลดไฟล์เว็บที่ท่านได้สร้างขึ้นมา
เมื่อสักครู่ได้ที่ http://free.phitsanulok.com/filemanager.php ครับ
4. หลังจากล็อกอินเข้าไปแล้วคลิกที่ file maneger
5. เลือกไฟล์ที่ท่านต้องการอัพโหลดโดยคลิกที่ browse
6. เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่มอัพโหลดไฟล์
7. ลองเข้าเว็บไซต์ของท่านดูครับ หากท่านจำชื่อเว็บไม่ได้ให้ดูที่หมวดจัดการข้อมูลในหัวข้อ url ครับ
8. สำหรับท่านใดที่ต้องการโปรโมทเว็บไซต์ศึกษาได้ฟรี คลิกที่นี่ เลยครับ
* บทความนี้เขียนโดยผมเองนะครับ webmaster comnetsite.com หากความรู้และไอเดียของผมไปซ้ำกับของใครก็ขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ด้วยนะครับ แต่ขอยืนยันว่าเขียนจากความรู้และประสบการณ์ของตัวเองจริงๆครับ หากผิดพลาดหรือทำไม่ได้ผลก็ขออภัยไว้ณ.ที่นี้เช่นเดียวกันด้วยนะครับ
อ้างอิงจาก http://www.comnetsite.com/website-tip-5.php
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)